เรียนรู้ Product Life Cycle ผ่านปรากฎการณ์ไวรัล ‘น้องหมีเนย’ ของแบรนด์ Butterbear

เรียนรู้ Product Life Cycle ผ่านปรากฎการณ์ไวรัล ‘น้องหมีเนย’ ของแบรนด์ Butterbear

Business

3 Min

09 Jul 2024

Share

หากเรามองชีวิตของคนในแง่ของ ‘เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย’ วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ต่างกัน! ตั้งแต่การเกิดขึ้นสู่ตลาด จนถึงวันที่ต้องลาจากชั้นวางสินค้าหรือการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใหม่

สำหรับคนทำงาน Product Manager (PM) หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการผลิตภัณฑ์ การทำให้วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ยาวนานและเต็มไปด้วยความคุ้มค่าคือความท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญ

เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราไม่เพียงแค่เข้ามาทำการตลาดแล้วหายไป แต่ยังคงอยู่และสร้างผลลัพธ์ที่ดีแก่ธุรกิจในระยะยาว การเข้าใจ Product Life Cycle และ Product Life Cycle Management (PLM) จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ PM ทุกคนไม่ควรมองข้าม

ขั้นตอนของ Product Life Cycle Management (PLM)

1.พัฒนา
การเริ่มต้นการพัฒนาเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว การระดมความคิดเพื่อออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดจะเป็นรากฐานสำคัญของขั้นตอนต่อ ๆ ไป โดยจะต้องทำการวิจัยตลาดและพัฒนาแนวคิดจนถึงขั้นทดลองผลิตภัณฑ์และทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นพร้อมออกสู่ตลาดจริง

2.เปิดตัว
ขั้นตอนนี้คือการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ซึ่งจะต้องใช้การวิจัยตลาดอย่างละเอียดเพื่อคาดการณ์ผลตอบรับจากลูกค้า และวางแผนการตลาดให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ ผลิตภัณฑ์จะต้องพร้อมวางขายในช่วงนี้ โดยการติดตามคำสั่งซื้อและการขายจะยังคงเป็นส่วนสำคัญของการจัดการ Product Life Cycle (PLM) เพื่อปรับปรุงการตลาดและการบริการ

3.เติบโต
หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์แล้วจะต้องมุ่งเน้นที่การขยายตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไร โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ รวมถึงการวิจัยพัฒนาและเพิ่มการบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าและสร้างฐานลูกค้าในระยะยาว

4.อิ่มตัว
เมื่อผลิตภัณฑ์เติบโตเต็มที่และถึงจุดอิ่มตัว จะไม่สามารถทำการตลาดหรือวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้มากนัก แต่ PLM จะยังคงมีบทบาทในการรักษาความมั่นคงของตลาดและการติดตามผลตอบรับจากลูกค้าเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ในอนาคต

5.ถดถอย
เมื่อผลิตภัณฑ์เริ่มเข้าสู่ช่วงถดถอย ยอดขายและผลกำไรจะลดลงเรื่อย ๆ ซึ่งหมายถึงการสิ้นสุดของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยอาจจะต้องลดการผลิตลงหรือลงตลาดใหม่ในลักษณะของการ Repositioning เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

กรณีศึกษาน้องหมีเนย: กลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์อยู่ได้ยาวนาน

การที่น้องหมีเนย (Butterbear) ใช้กลยุทธ์ Emotional Branding ผ่านการสร้างมาสคอตที่มีเอกลักษณ์ช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่แบรนด์สามารถสร้างกระแสในโซเชียลมีเดีย และเป็นที่พูดถึงมากถึง 13.5 ล้านครั้งผ่าน TikTok และ X (ข้อมูลระหว่างวันที่ 1-12 มิถุนายน 2567) นับเป็นตัวอย่างของการนำ Product Life Cycle Management มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและทำให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้าและรักษาความนิยมได้อย่างต่อเนื่องผ่านการสร้างคาแรกเตอร์ที่มีเสน่ห์ ซึ่ง Product Managers สามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้กับแบรนด์ของตนเองได้

Key Takeaway สำหรับ Product Managers:
  • Emotional Branding & Character Marketing: การใช้มาสคอตหรือคาแรกเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ช่วยสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Brand Affinity) และทำให้แบรนด์โดดเด่นเหนือคู่แข่ง
  • Brand Collaboration & Co-Branding: การร่วมมือกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และขยายฐานลูกค้าใหม่
  • Product Innovation & Extension: การพัฒนาโปรดักต์หรือแคมเปญใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องทำให้แบรนด์สามารถรักษาความสนใจของตลาดและยืดอายุโปรดักต์ในช่วง Maturity Stage อาทิ การเดบิวต์ในฐานะศิลปินปล่อยซิงเกิ้ลออกมาฮีลใจแฟนคลับเรื่อย ๆ 

น้องหมีเนย ในงาน Gucci Visions


กลยุทธ์เหล่านี้ช่วยให้ น้องหมีเนย ไม่ใช่แค่กระแสที่มาแล้วหายไป แต่กลายเป็น แบรนด์ที่เติบโตและขยายอิทธิพลไปในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่ธุรกิจอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

แต่ทุกอย่างต้องคำนึงถึงความเป็นจริงว่า Product Life Cycle ของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอาจมีความแตกต่างกัน เช่น เราจะเห็นได้ว่ามีสินค้าบางอย่างที่แม้จะเปิดตัวมานานแล้ว ก็ยังคงมีที่ยืนในตลาดสม่ำเสมอและยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงตกต่ำลง เช่น เครื่องดื่มยอดนิยมบางยี่ห้อ ที่ยังคงครองใจคนได้ในระยะยาว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าถอดบทเรียนต่อไปว่าควรทำอย่างไรให้คนจดจำและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของเราได้ในระยะยาว

More Information