เจาะลึก 5 WHY และ SMART Framework: อาวุธสำคัญของนักคิดยุค AI
เจาะลึก 5 WHY และ SMART Framework: อาวุธสำคัญของนักคิดยุค AI
Business
2 นาที
14 ธ.ค. 2024
แชร์ 


แชร์
Table of contents
ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบกลับทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น AI อาจช่วยประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แต่มนุษย์ต่างหากที่จะต้องใช้ “ความคิด” อย่างมีกลยุทธ์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม 5 WHY และ SMART Framework จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับนักคิดรุ่นใหม่
5 WHY: ไขรหัสรากเหง้าของปัญหา
เทคนิค 5 WHY เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คิดค้นโดยทาอิชิ โอโนะ ผู้บริหารระดับสูงของ Toyota ซึ่งเป็นหัวใจของระบบการผลิตแบบลีน 5 WHY เป็นเทคนิคที่ทรงพลังในการค้นหาสาเหตุรากฐานของปัญหา โดยมีหลักการสำคัญคือ:
.
1. การขุดลึก: แต่ละ “Why” จะนำไปสู่ชั้นลึกของปัญหามากขึ้น
2. มุมมองเชิงระบบ: ช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนของปัญหา
3. การแก้ปัญหาเชิงรุก: มุ่งเน้นการแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงอาการ
.
ตัวอย่าง: ปัญหาเครื่องบินขัดข้อง:
Why 1: ทำไมเครื่องบินถึงเกิดความเสียหาย?
🔎 เพราะมีรอยแตกที่ตัวเครื่อง
🔎 เพราะมีรอยแตกที่ตัวเครื่อง
Why 2: ทำไมถึงเกิดรอยแตก?
🔎 เพราะวัสดุที่ใช้มีความล้า
🔎 เพราะวัสดุที่ใช้มีความล้า
Why 3: ทำไมวัสดุถึงเกิดความล้า?
🔎 เพราะกระบวนการตรวจสอบคุณภาพไม่รัดกุม
🔎 เพราะกระบวนการตรวจสอบคุณภาพไม่รัดกุม
Why 4: ทำไมกระบวนการตรวจสอบถึงไม่รัดกุม?
🔎 เพราะขาดการฝึกอบรมที่เพียงพอ
🔎 เพราะขาดการฝึกอบรมที่เพียงพอ
Why 5: ทำไมขาดการฝึกอบรม?
🔎 เพราะระบบการพัฒนาบุคลากรขาดความต่อเนื่อง
🔎 เพราะระบบการพัฒนาบุคลากรขาดความต่อเนื่อง
SMART Framework: เข็มทิศสู่เป้าที่วัดผลได้
SMART เป็นเครื่องมือตั้งเป้าหมายที่ช่วยให้การวางแผนมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม SMART Framework จะช่วยแปลงข้อค้นพบจาก 5 WHY ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน:
.
Specific (เฉพาะเจาะจง): ใช้ข้อมูลจาก 5 WHY เพื่อระบุเป้าหมายอย่างแม่นยำ
Measurable (วัดผลได้): กำหนดตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับรากเหตุของปัญหา
Achievable (บรรลุได้): ประเมินความเป็นไปได้จากการวิเคราะห์รากเหตุ
Relevant (เกี่ยวข้อง): เชื่อมโยงโดยตรงกับสาเหตุที่ค้นพบ
Time-bound (มีกรอบเวลา): กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา
.
ตัวอย่าง: ปัญหายอดขาย
⛳️ เป้าหมายทั่วไป: “อยากเพิ่มยอดขาย”
⛳️ เป้าหมาย SMART: “เพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ให้ได้ 25% ภายในไตรมาสถัดไป โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางในอุตสาหกรรมการเงินและการผลิต”
⛳️ เป้าหมายทั่วไป: “อยากเพิ่มยอดขาย”
⛳️ เป้าหมาย SMART: “เพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ให้ได้ 25% ภายในไตรมาสถัดไป โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางในอุตสาหกรรมการเงินและการผลิต”
การผสมผสาน 5 WHY กับ SMART Framework
จินตนาการว่าคุณค้นพบรากเหง้าของปัญหาด้วย 5 WHY แล้วใช้ SMART Framework วางแผนแก้ปัญหา นี่คือพลังแห่งการคิดวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ
.
การค้นหาสาเหตุ ทำไมยอดขายลดลง? ด้วย 5 WHY
🔎 เพราะลูกค้าลดการสั่งซื้อ
🔎 เพราะลูกค้าลดการสั่งซื้อ
ทำไมลูกค้าลดการสั่งซื้อ?
🔎 เพราะไม่พอใจการบริการหลังการขาย
🔎 เพราะไม่พอใจการบริการหลังการขาย
ทำไมการบริการหลังการขายไม่น่าพอใจ?
🔎 เพราะทีมขายขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง
🔎 เพราะทีมขายขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง
ทำไมขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง?
🔎 เพราะไม่มีระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ
🔎 เพราะไม่มีระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ
ทำไมระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ไม่มีประสิทธิภาพ?
🔎 เพราะขาดการฝึกอบรมและเครื่องมือที่เหมาะสม
🔎 เพราะขาดการฝึกอบรมและเครื่องมือที่เหมาะสม
.
🎯 SMART Goal:
Specific: พัฒนาระบบการจัดการลูกค้าสัมพันธ์สำหรับทีมขาย
Measurable: เพิ่มอัตราการติดต่อกับลูกค้าหลังการขายให้ได้ 80%
Achievable: จัดฝึกอบรมและนำเครื่องมือ CRM มาใช้
Relevant: แก้ปัญหาการสูญเสียลูกค้าโดยตรง
Time-bound: ภายใน 3 เดือน
ทำไม Critical Thinking ถึงสำคัญในยุค AI?
AI สามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็ว แต่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดต้องอาศัยมนุษย์ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้เราคิดอย่างเป็นระบบ ลึกซึ้ง และมีกลยุทธ์ ดังนั้น 5 WHY และ SMART Framework ไม่ใช่เพียงเทคนิค แต่เป็นทักษะที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามข้อจำกัดของ AI และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง